อนาคตของอาชีวอนามัย

เสาร์, 18 กรกฎาคม 2020

การเปลี่ยนแปลงในการจัดองค์กร

มีการเปลี่ยนความสัมพันธ์จากนายจ้าง-ลูกจ้างระยะยาว เป็นการจ้างงานเป็น job หรือ Part time ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • นายจ้างลงทุนในลูกจ้างลดลง ใช้ทรัพยากรในการฝึกอบรม สอน ระบบป้องกัน และสนับสนุนให้มี supervision น้อยลง
  • ทำให้ยากที่จะระบุนายจ้างที่รับผิดชอบต่อลูกจ้างนั้นๆ
  • ลูกจ้างอาจจะเปลี่ยนงานบ่อยครั้ง ทำให้ลดความคุ้นเคยต่อสิ่งคุกคาม การปฏิบัติตามความปลอดภัย ความถนัดในการใช้เครื่องมือ
  • ทำให้ลูกจ้างลังเลที่จะใช้สิทธิของตนเอง
  • ลดการลงทุนในเรื่องอาชีวอนามัยและความปลอดภัยและการจ้างผู้เชื่ยวชาญภายในองค์กร

การเปลี่ยนแปลงลักษณะของลูกจ้าง

  • ลูกจ้างอายุมาก ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • มีการจำกัดความสามารถด้านกายภาพและจิตใจ และเพิ่มการมีโรคเรื้อรัง
  • มีลูกจ้างผู้หญิงมากในที่ทำงาน ทำให้เกิดความท้าทายคือ
  • ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงด้านจิตสังคมในที่ทำงานมาก และมีการเลือกปฏิบัติ รวมทั้งเรื่องสิ่งคุกคามด้านการเจริญพันธ์และ work- life balance จะมีความสำคัญขึ้น
  • มีการเพิ่มของความแตกต่างในเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่ยวชาญในการทำงานมากขึ้น ทำให้เกิดความท้าทายคือ
  • มีแนวโน้มที่จะมีการเลือกปฏิบัติ การเพิ่มผู้เสี่ยง กลุ่มคนที่ไม่มีอำนาจต่อรองและทำให้เกิดความเครียด และเพิ่มความแตกต่างด้านสุขภาพ
  • เพิ่มโรคเรื้อรังในกลุ่มแรงงาน ทำให้เกิดความท้าทายคือ
  • สุขภาพที่แย่เกี่ยวข้องกับการลดชั่วโมงการทำงาน การใด้ค่าจ้างน้อยลง การลาออกจากงานก่อนวัยอันควร และเกิดการสูญเสียสมรรถภาพ

ภาวะโลกาภิวัฒน์

  • เกิด supply chain ซึ่งมีการจ้างผลิตของแบบ outsource เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตในระดับโลก ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • มีความต้องการแรงงานที่มีความยืดหยุ่นสูง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในการจ้างงาน และมีแรงกดดันจากสหภาพ
  • เพิ่มการย้ายแรงงาน และแรงงานอพยพ ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • เกิด post-industrial economics, การเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมการผลิตสู่อุตสาหกรรมบริการและอุตสาหกรรมการขนส่ง
    • มีการแข่งกันลดค่าจ้าง กำไร ทำกฎหมายให้สะดวกต่อการทำธุรกิจ และไม่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อม

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยในงานและนอกงาน

มีความรู้ว่ามีหลายปัจจัยที่มีผลต่อสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง นอกเหนือจากสภาพการทำงาน ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในลูกจ้างรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • สภาพการจ้างงานจะไม่เป็นแบบจ้างติดสถานที่ แต่จะมีจลนภาวะและมีความถี่ในการเปลี่ยนงานสูง
  • มีการประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่มีผลต่อสุขภาพของลูกจ้าง รวมทั้งผลจากชุมชน
  • เข้าใจบทบาทของลูกจ้างในการสนับสนุนหรือเป็นส่วนหนึ่งของตัววัดด้านสุขภาพตัวอื่นๆ

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ได้แก่การมีอุณหภูมิสูงขึ้น ภาวะโลกร้อน และภัยธรรมชาติอื่นๆ ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • เพิ่มความเสี่ยงต่อลูกจ้างหลายคน โดยเฉพาะเมื่อทำงานนอกอาคาร
  • มีแนวโน้มว่าจะเกิดภัยธรรมชาติหลายรูปแบบ ทำให้มีงานที่มีความเสี่ยงสูงในผู้ทำงานตอบสนอง และการทำความสะอาดหรือเยียวยาหลังเกิด

เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ในด้านสังคม เทคนิค และเศรษฐกิจ

เป็นพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจของโลก ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • มีอุตสาหกรรมและสถานที่ทำงานชนิดใหม่ๆ ขึ้น
  • มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการทำงานในสถานที่ทำงาน (เช่นลดเวลาการทำงาน ทำงานจากบ้าน)

ลดการทำงานเป็นกลุ่ม

ลดจำนวนและเปอร์เซ็นต์ของลูกจ้างที่จะจัดตั้งเป็นสหภาพแรงงาน ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • ตามประวัติศาสตร์สหภาพเป็นแรงผลักสำคัญในการปฏิรูปสภาพการทำงาน กฎระเบียบต่างๆ และทำให้เกิดความมั่นคงในงานของลูกจ้าง

การให้ทุนโดยรัฐบาลและแนวโน้มของนโยบาย

  • มีการจำกัดของระเบียบอย่างมาก ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • มีการทำตามมาตรฐานโดยความรู้เกี่ยวกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์จำกัด
    • มีสิ่งคุกคามใหม่ๆเกิดขฝ้นซึ่งยากหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุม
  • ลดทุนในการศึกษาและการวิจัย ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • มีความยากในการรวบรวมและสนับสนุนนักเรียนในด้านต่างๆ ทำให้มีแนวโน้มว่าผู้เชื่ยวชาญที่มีสมรรถนะจะลดลง
    • การวิจัยจะลดลง

มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและการเก็บข้อมูลใหม่ๆ เกิดขึ้น

  • ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สร้างโอกาสที่จะเก็บและวิเคราะห์การสัมผัสและสุขภาพของลูกจ้าง ทำให้เกิดความท้าทายคือ
    • มีความเข้าใจบทบาทของปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับงานร่วมกันการสัมผัสอื่นๆ ตลอดชีวิต (exposome) ที่มีผลต่อสุขภาพ ซึ่งต้องใช้ มาตรการการจัดการเรื่องการสัมผัสในองค์กร
    • การแปลผลไปสู่การป้องกัน โดยวิธีที่ทันสมัยและก้าวหน้าขึ้น

งานและความแตกต่างของผลด้านสุขภาพ

สถานะที่ถ่างกว้างด้านสังคมเศรษฐกิจและความแตกต่างด้านสุขภาพมีส่วนหนึ่งที่เกิดจากสภาพงาน ทำให้เกิดความท้าทายคือ

  • งานเป็นส่วนที่เกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี แต่มีหลายตัวแปรขึ้นกับสภาพสถานที่ทำงาน ซึ่งทั้งสองอย่างจะต้องอยู่ในโมเดลสุขภาพของลูกจ้าง