สภาพจิตตกต่ำรุนแรงของคนทำงานในยุคโควิด

เสาร์, 23 พฤษภาคม 2020
REUTERS/Lisi Niesner

ปัญหาทางจิตใจในประเทศอังกฤษ

จากโพลพบว่าคนทำงานเกือบครึ่งในประเทศอังกฤษมีปัญหาทางจิตใจจากการระบาดของเชื้อโควิด ซึ่งมากกว่าหนึ่งในสามบอกว่าพวกเขามีความกังวลเกี่ยวกับอนาคต และในสัดส่วนพอๆกัน กล่าวว่าพวกเขารุ้สึกพ่ายแพ้ นอกจากนี้จากการศึกษายังพบว่าส่วนใหญ่มีความกลัว วิตกกังวล ตื่นตระหนก เก้าในสิบคนยอมรับว่ามีความรู้สึกโดดเดี่ยวและนอนยาก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของ NHS แต่เป็นเรื่องของอาชีวอนามัย แต่พวกเราก็ยังมีคนไม่พอ

นอกจากนี้ยังพบว่าครึ่งหนึ่งของบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเผชิญกับผู้ป่วยยังเชื่อว่าสุขภาพจิตของพวกเขาแย่ลง ซึ่งกลุ่มอายุน้อยจะเป็นมากกว่า มีบุคลากรบอกว่าผลด้านอาชีวอนามัยและความเป็นอยู่ที่ดี คือ ”ความกังวลอยู่ที่ปัจจัยทางจิตสังคมที่มากระทบ ผลของการต้องแยกตัว การต้องอยู่ห่างๆกัน และสุดท้ายคือการที่ต้องมาเรียนรู้ที่จะทำงานด้วยกันอีก นอกจากนี้ PTSD อาจเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งคนในรุ่นนี้ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้มีคนตายเป็นจำนวนมากในระยะเวลาสั้นๆ ในคลินิกของผู้กล่าวจะมีปฏิกิริยาหลายหลาก จากการกลัวอย่างที่สุด และหยุดทำงาน จนถึงคนที่ไม่มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และไม่กลัวความเสี่ยงเลย” เนื่องจากโควิดยังอยู่กับเราไปอีกนาน เป็นที่น่าสนใจว่าจะจัดการกับสังคมและความรับรู้ของแต่ละบุคคลอย่างไร เพื่อให้เขากลับไปทำงานอย่างปลอดภัย ต้องมี ออฟฟิตปลอดโควิดหรือไม่ ซึ่งหมายความว่าคนทำงานจะกลับไปทำงานโดยต้องห่างกัน สองเมตร และให้กลับบ้านได้ถ้ามีอาการของ โควิด 19 นอกจากนี้โรงอาหารยังต้องนั่งกันห่างๆ หรือมีแผ่น particle กั้น ในห้องพักคนก็เข้าไปได้น้อยกว่าเดิม ซึ่งคนทำงานอาจจะต้องทนกับภาวะผิดธรรมชาติแบบนี้ไปเป็นระยะยาวเลยทีเดียว

ความต้องการ PPE ในที่ทำงาน

PPE ในที่ทำงานก็เป็นเรื่องที่กดดันบุคลากรที่ทำงานอาชีวอนามัยในสถานประกอบการนั้นๆ มาก ตัวอย่างในโรงเรียน การทำ physical distancing ก็ยาก การใส่ PPE ครูก็ควรใส่หน้ากากหรือ face shield ชนิดที่นักเรียนจะสามารถเห็นหน้าครูได้ ถ้าแจกหน้ากากอนามัย (surgical mask) ให้ครูใส่ เราอาจจะติดกับดัก ต้องใช้หน้ากากผิดชนิดโดยไม่จำเป็นจนจบสถานการณ์โควิดเลยก็ได้

ความท้าทายและการทำการเฝ้าระวังทางสุขภาพ

เราจะจัดระบบเฝ้าระวังสุขภาพที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ในยุค new normal นี้ ก็เป็นหัวข้อสำคัญ ความรับผิดชอบของนายจ้างต่อลูกจ้างในการทำการเฝ้าระวังสุขภาพนี้จะเริ่มโดยการคัดกรองในกระดาษ ซึ่งถ้ามีความผิดปกติก็ใช้วิธีโทรถามและการตรวจพิเศษใดๆ อาจเริ่มภายหลังไปสามเดือน คือรอให้พ้นโควิดไปก่อน ซึ่งถ้ามีแนวทางดำเนินการในเรื่องนี้ ก็จะช่วยได้มาก

นอกจากนี้ยังมีข้อคิดเกี่ยวกับการตรวจสุขภพ เช่นการเป่าปอด ทำอย่างไรจึงจะมี social distancing ได้ มีการเขียนคู่มือขึ้นแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม

ทางออก การปรากศนโยบายต่อสู้กับโควิด

(เป็นความคิดของผู้เขียน)

  1. ผู้รับผิดชอบในสถานประกอบกิจประกาศนโยบาย
  2. การให้คนทำงานมีส่วนร่วมในการออกแบบระบบอาชีวอนามัยร่วมกัน
  3. กำหนด end point ที่สำคัญคือการที่คนทำงานในสถานปะกอบกิจการไม่เป็น โควิด
  4. ส้รางระบบ monitor ระบบอาชีวอนามัยของเรา

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่าไร การดูแลคนทำงาน ก็เป็นหน้าที่ของหน่วยงานอาชีวอนามัยในสถานประกอบการนั้นๆ โดยมีเราเป็นแกนกลาง เป็นหัวหน้าทีม คอย monitor ระวังอย่าให้มีการติดเชื้อเกิดขึ้น สำหรับทีมอาชีวอนามัยในโรงพยาบาลก็ต้องพยายามดูแลบุคลการทางการแพทย์ และให้คำปรึกษาแก่ทางสถานประกอการขนาดเล็ก และในแรงงานนอกระบบ สิ่งที่เน้นคือเรื่องจิตใจ ต้องค้นหาความผิดปกติในบุคคล และดึงออกมาจัดการ รวมถึงการมีส่วนร่วมจัดระบบงาน เพื่อให้เกิด Put the Right Job for the Right man ให้ได้