ประกาศ การกำหนดสมรรถนะแพทย์อาชีวเวชศาสตร์

อาทิตย์, 20 ตุลาคม 2019

สามารถอ่านฉบับเต็มในรูปแบบ Portable Document Format ได้ ที่นี้

เนื่องด้วยในสภาวการณ์ในปัจจุบัน ได้มีการอบรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ในหลายสถาบัน ฝึกอบรม สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาคมวิชาชีพทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ จำเป็นต้องมีการกำหนดมาตรฐานสมรรถนะของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ ที่ได้รับวุฒิบัตรและ หนังสืออนุมัติ จากแพทยสภา ซึ่งถือเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเป็นแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ รวมถึงกำหนด สมรรถนะแพทย์ผู้ผ่านการอบรมเบื้องด้นทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ หลักสูตร 2 เดือน เพื่อควบคุมมาตรฐานการ ปฏิบัติงานทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมถึงเป็นแนวทางในการจัด หลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้าน สาขาเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงอาชีวเวชศาสตร์ สมาคมโรคจากการ ประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย จึงขอประกาศสมรรถนะแพทย์ผู้ปฏิบัติงานทางด้านอาชีวเวช ศาสตร์ ดังต่อไปนี้

  1. สมรรถนะของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์(วุฒิบัตรและหนังสืออนุมัติ)รับรองโดยแพทยสภา
  2. สมรรถนะของแพทย์อบรมความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ หลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดย อฝส.

สมรรถนะของแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ (วุฒิบัตรและหนังสืออนุมัติ) รับรองโดยแพทยสภา

1. Medical Emergency in Workplace

  • วางแผน ออกแบบ และบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อาจเกิดในที่ทำงาน ได้แก่ การจำแนกความรุนแรงของการบาดเจ็บและเจ็บป่วย (injury and illness classification) การออกแบบระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ภายในสถานประกอบการและชุมชน การใช้ข้อมูลทางด้านภูมิประเทศ ลมฟ้าอากาศ สิ่งคุกคามต่อสุขภาพ ทรัพยากรทางการแพทย์มาประกอบการวางแผนและประเมินความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพ ตลอดจนการให้คำแนะนำการจัดห้องปฐมพยาบาล ตลอดจนอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนที่จำเป็น

2. Exposure assessment

  • สามารถดำเนินการสำรวจสถานประกอบการ (walkthrough survey) ได้ด้วยตนเองและ ทีมงาน เพื่อค้นหาสิ่งคุกคามต่อสุขภาพ ประเมินการสัมผัสสิ่งคุกคาม ประเมินการปฏิบัติตาม มาตรฐานหรือกฎหมาย สำหรับใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการดำเนินการทางด้านอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ รวมถึงประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพเพื่อใช้ในการวางแผนเฝ้าระวัง สุขภาพของคนงาน เช่น การกำหนดรายการตรวจสุขภาพตามความเสี่ยง ตามลักษณะการ ทำงาน และรวมถึงเป็นข้อมูลในการช่วยการวินิจฉัยโรคจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม
  • มีความรู้เบื้องด้นเกี่ยวกับความปลอดภัย สุขศาสตร์อุตสาหกรรม (industrial hygiene) อ่าน และแปลผลการตรวจวัดสิ่งแวดล้อมในการทำงานด้วยสุขศาสตร์อุตสาหกรรม ตลอดจนการ ใช้เครื่องมืออื่น ๆ ในการประเมินการสัมผัส เช่น ข้อมูลทางระบาดวิทยา JEM (job exposure matrix)
  • มีความเข้าใจด้านการควบคุมความเสี่ยงจากสิ่งแวดล้อมในการทำงาน และสามารถสื่อสารให้ เกิดการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมในการทำงานให้ปลอดภัย โดยสามารถทำงานร่วมกับวิชาชีพ อื่น ๆ ที่เป็นวิชาชีพด้านความปลอดภัยในการทำงาน สุขศาสตร์อุตสาหกรรม พยาบาล เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล เป็นต้น

3. Health and Medical Surveillance

  • วางแผน ออกแบบ และบริหารจัดการโครงการด้านสุขภาพอาชีวอนามัยภายในสถาน ประกอบการ สถานพยาบาลภาครัฐ ภาคเอกชน และภายในชุมชนรอบสถานประกอบการ (การเฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพการทำงานและจากสิ่งแวดล้อม)
  • สามารถประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพ (health risk assessment; HRA) โดยสามารถ เลือกใช้รูปแบบการประเมินHRA ได้อย่างเหมาะสมกับสิ่งคุกคาม (เนื่องจากมีหลายวิธี)
  • ออกแบบและสามารถให้การประเมินความพร้อมทางสุขภาพของพนักงานได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม
  • กำหนดเกณฑ์การเฝ้าระวังทางการแพทย์ (medical surveillance) ที่ถูกต้องและเหมาะสม กับภาวะสิ่งคุกคามต่อสุขภาพในที่ทำงาน ทั้งนี้ต้องสามารถเลือกใช้แนวทาง การเฝ้าระวังทาง การแพทย์ (medical surveillance) ของต่างประเทศที่มีแนวทางกำหนดเป็นมาตรฐาน เช่น OSHA (US), HSE (UK), Australia, Singapore เป็นด้น
  • สามารถกำหนดมาตรฐาน ตรวจสอบ และรับรองคุณภาพการให้บริการตรวจสุขภาพทางอาซี วอนามัย (การบริการอาชีวอนามัยฯ) และบริการด้านสุขภาพอาชีวอนามัยอื่น ๆ อย่างมือ อาชีพ (professional)
  • รับรองผลการวิเคราะห์การแปลผลแบบเทียบข้อมูลพื้นฐานรายกลุ่ม ทุกประเภท (NIOSH, OSHA, OSHA age correction, etc.)
  • รับรองผลการปรับเลือกข้อมูลพื้นฐานการตรวจสมรรถภาพการได้ยินตามมาตรฐานสากล
  • รับรองผลตรวจสุขภาพรายบุคคล และรายกลุ่ม
  • วิเคราะห์และวิจัย ผลตรวจสุขภาพข้อมูลทางสุขภาพอาชีวอนามัย และผลการตรวจวัด สภาพแวดล้อมการทำงาน โดยอาศัย สถิติทางการแพทย์ ระบาดวิทยา พิษวิทยา อาชีวเวช ศาสตร์ เวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม และหลักการด้านสุขภาพอาชีวอนามัยอื่น ๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อ บ่งชี้สาเหตุของความผิดปกติทางสุขภาพ เพื่อนำไปสู่การป้องกัน

4. Fitness for Duty and Return to Work

  • กำหนดเกณฑ์การประเมินความสมบูรณ์พร้อมในการทำงานสำหรับแต่ละลักษณะการทำงาน
  • รับรองผลการประเมินความสมบูรณ์พร้อมในการทำงานและการประเมินการสูญเสียอวัยวะที่ เกี่ยวข้องกับการทำงาน
  • รับรองผลการประเมินการกลับเข้าทำงานของผู้ป่วย หรือ พนักงาน

5. Diagnosis (Work-relate and Occupational)

  • รับรองผลการสอบสวนโรคจากการทำงานและการวินิจฉัยโรคจากการทำงาน
  • วินิจฉัยโรคจากการทำงานด้วยหลักการวินิจฉัยที่เป็นสากล และอาศัยข้อมูลทางการแพทย์ที่ ทันสมัยในการสนับสนุนการวินิจฉัย
  • มีทักษะในการใช้เครื่องมือในการวินิจฉัยโรคเหตุอาชีพ ได้ในระดับดีถึงดีมาก เช่น questionnaire, spirometry, serial peak flow, skin prick test, patch tests, audiometry และการเลือกใช้ค่ามาตรฐาน BEIs เป็นด้น

6. Other

  • ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพอาชีวอนามัย ด้วยข้อมูลวิชาการทางการแพทย์ที่เป็นปัจจุบันทั้ง ข้อมูลภายในประเทศและข้อมูลจากต่างประเทศ เป็นไปตามหลักจริยธรรมด้านอาชีวอนามัย และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • วิทยากรอบรมความรู้ด้านสุขภาพอาชีวอนามัย
  • สามารถอธิบายกลไกการเกิดพิษจากสารเคมีในสถานที่ทำงาน โดยอาศัยหลักการทางพิษวิทยา และให้คำแนะนำการวางระบบเฝ้าระวังสุขภาพ
  • มีความรู้เบื้องด้นและสามารถให้คำแนะนำ เกี่ยวกับ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในสถาน ประกอบการที่จะมีผลกระทบต่อสุขภาพของพนักงาน เช่น ระบบระบายอากาศ บ่อบำบัด น้ำเสีย ระบบไฟฟ้า การตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงาน การจัดทำแผนที่สถานการณ์ ทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เป็นด้น
  • กำกับดูแลการปฏิบัติงานของแพทย์อบรมความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ (สามารถใช้ ประกอบการยื่นสอบหนังสืออนุมัติ)
  • ลักษณะงานทางอาชีวอนามัยที่กำหนดให้แพทย์อบรมความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ สามารถปฏิบัติได้
  • ปฏิบัติงานร่วมกับ ฝ่ายบุคคล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พยาบาลอาชีวอนามัย แพทย์อบรม ความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น ๆ สถานประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน
  • ภาระงานอื่น ๆที่มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพอาชีวอนามัย
  • มีคุณธรรม จริยธรรมในวิชาชีพ

สมรรถนะของแพทย์อบรมความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ หลักสูตรที่ได้รับการรับรองโดย อฝส.

แพทย์อบรมความรู้เบื้องด้นด้านอาชีวเวชศาสตร์ สามารถทำได้ด้วยตนเอง

1. Medical Emergency in Workplace

  • ดูแลรักษาเบื้องด้นสำหรับผู้ป่วยที่เกิดภาวะฉุกเฉินภายในสถานประกอบการก่อนดำเนินการ ส่งต่อแพทย์เฉพาะทางประจำสถานพยาบาลในพื้นที่ เช่น อุบัติภัยสารเคมี ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน

2. Health and Medical Surveillance

  • ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ตรวจสุขภาพทั่วไป
  • การสื่อสารความเสี่ยงทางสุขภาพ
  • ให้ความเห็นเบื้องด้นเกี่ยวกับ สุขภาพของพนักงานเข้าทำงานในที่อับอากาศ
  • ใช้เครื่องมือในการตรวจและแปลผลการสุขภาพตามความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง เช่น ตรวจ สมรรถภาพการได้ยิน ตรวจสมรรถภาพการมองเห็น ตรวจสมรรถภาพปอด
  • แปลผลการตรวจสมรรถภาพการได้ยิน ทั้งแบบมีข้อมูลพื้นฐาน (ที่ปรับเลือกโดยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์) และ ไม่มี
  • เข้าใจมิติในเรื่อง การสร้างสุขในองค์กร (Happy workplace) และนำไปประยุกต์ใช้ ได้อย่าง เหมาะสม
  • วินิจฉัยโรคจากการทำงานที่พบได้บ่อย
  • คัดกรองพนักงาน/ผู้ป่วยที่สงสัยโรคจากการทำงานเพื่อส่งพบแพทย์อาชีวเวชศาสตร์วินิจฉัย
  • วิทยากรอบรมความรู้เบื้องด้นด้านสุขภาพอาชีวอนามัย เช่น โรคจากการทำงานที่พบได้บ่อย และการป้องกัน
  • ตระหนัก ประเมิน ควบคุมสิ่งคุกคาม เฝ้าระวังและป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพและ สิ่งแวดล้อม

4. Others

  • ปฏิบัติงานร่วมกับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ที่ได้รับการรับรองโดยแพทยสภา ฝ่ายบุคคล เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พยาบาลอาชีวอนามัย แพทย์เฉพาะทางสาขาอื่น ๆ สถาน ประกอบการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน โดยตระหนักถึงขอบเขตงานที่ทำได้ด้วย ตนเอง
  • มีคุณธรรม จริยธรรมในวิชาชีพ

แพทย์อบรมความรู้เบื้องต้นต้านอาชีวเวชศาสตร์ สามารถทำได้ในลักษณะเป็นทีมภายใต้การกำกับ ดูแลการปฏิบัติงานโดยมีแพทย์อาชีวเวชศาสตร์เป็นหัวหน้าทีม

  1. ดำเนินการสำรวจสถานประกอบการ (walkthrough survey) ค้นหาสิ่งคุกคามต่อสุขภาพ ประเมินการสัมผัสสิ่งคุกคาม การปฏิบัติตามมาตรฐานหรือกฎหมาย เพื่อใช้ประกอบการวาง แผนการดำเนินการทางด้านอาชีวอนามัยในสถานประกอบการ ประกอบการวางแผนเฝ้า ระวังสุขภาพของคนงาน และประกอบการวินิจฉัยโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม
  2. กำหนดรายการ ตรวจสุขภาพตามปัจจัยเสี่ยง ตรวจสุขภาพเพื่อประเมินความสมบูรณ์พร้อม ในการทำงาน
  3. สอบสวนโรคจากการทำงาน
  4. ประเมินความเสี่ยงทางสุขภาพ
  5. ประเมินการกลับเข้าทำงานของผู้ป่วย หรือ พนักงาน
  6. เขียนเอกสารงานวิจัยประกอบการยื่นสอบหนังสืออนุมัติ