ชมรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย
ในประเทศไทยแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ยังจัดเป็นแพทย์สาขาใหม่ ในยุคเริ่มแรกมีการจัดตั้งชมรมแพทย์เวชศาสตร์อุตสาหกรรมโดยศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์มุกดา ตฤษณานนท์ เป็นสาขาหนึ่งของสมาคมเวชศาสตร์ป้องกัน ซึ่งหลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นชมรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์แห่งประเทศไทยในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2540 โดยมี ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์มุกดา ตฤษณานนท์ เป็นประธานชมรมคนแรก และมีผู้ร่วมจัดตั้งคนสำคัญคือแพทย์หญิงมาลินี วงศ์พานิช และรองศาสตราจารย์นายแพทย์รพีพัฒน์ ชคัตประภาสน์เป็นเลขาธิการโดยมีการจัดตั้งเป็นชมรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์แห่งประเทศไทย โดยมีสมาชิกเริ่มต้นเพียงไม่กี่ท่าน
วัตถุประสงค์เบื้องต้นของชมรมคือความให้ช่วยเหลือกันระหว่างบุคลากรในวิชาชีพในเรื่องวิชาการและความก้าวหน้าในอาชีพ หลังจากนั้นก็มีการจัดตั้งชมรมพยาบาลอาชีวอนามัยขึ้นอีกสายหนึ่ง
ผลงานที่สำคัญของชมรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์แห่งประเทศไทยคือการผลักดันให้มีกฏกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสุขภาพของลูกจ้างและส่งผลการตรวจแก่พนักงานตรวจแรงงาน พ.ศ.2547 ซึ่งเป็นการกำหนดให้แพทย์ผู้ตรวจร่างกายคนงานจะต้องเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นแพทย์ที่ผ่านการอบรมอาชีวเวชศาสตร์หลักสูตร 2 เดือน
สมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย
ต่อมาชมรมได้มีการเปลี่ยน แปลงโดยยกฐานะเป็นสมาคมโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2546 โดยมีรองศาสตราจารย์นายแพทย์ศุภชัย รัตนมณีฉัตร เป็นนายกสมาคมฯ รองศาสตราจารย์นายแพทย์โยธิน เบญจวัง เป็นอุปนายกสมาคม นายแพทย์อดุลย์ บัณฑุกุล เป็นเลขาธิการสมาคม จนถึงปี พ.ศ. 2561 มี นายแพทย์อดุลย์ บัณฑุกุล เป็นนายกสมาคม และมีสมาชิกตลอดชีพจำนวน 1,015 คน ซึ่งจัดเป็นสมาคมวิชาชีพสำหรับแพทย์อาชีวเวชศาสตร์จัดเป็นนิติบุคคล ภายใต้สมาคมเวชศาสตร์ป้องกันแห่งประเทศไทย
สำหรับแพทย์ที่สนใจด้านอาชีวเวชศาสตร์ที่เข้ามาร่วมทำงาน ในกระทรวงแรงงาน ได้แก่แพทย์ที่ทำงานด้านเวชศาสตร์ป้องกัน ออร์โธปิดิกส์ และศัลยกรรม ส่วนใหญ่จะได้รับเชิญจากกระทรวงแรงงาน ตั้งแต่สมัยยังเป็นกรมแรงงานอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการแพทย์ที่ ปรึกษาพิจารณาการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากลูกจ้างเพื่อจ่ายเงินชดเชยให้
ในช่วงเวลาก่อนปี พ.ศ. 2535 ยังไม่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีวเวชศาสตร์ ทำให้คณะแพทย์ซึ่งนำโดยอาจารย์แพทย์หญิงมาลินี วงศ์พานิชซึ่งถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิดวิชาอาชีวเวชศาสตร์ของประเทศไทย นายแพทย์อุดม เอกตาแสง แพทย์หญิงวิลาวัณย์ จึงประเสริฐ และนายแพทย์สนธยา พรึงลำภู ได้ร่วมกันจัดทำหลักสูตรการอบรมแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ระยะสั้นภายใต้การสนับสนุนของกรมการแพทย์ และกองทุนเงินทดแทนขึ้น และจัดอบรมรุ่นแรกในปี พ.ศ. 2535 และมีการอบรมต่อเนื่องทุกปี
จนถึงปี พ.ศ. 2545 มีการปรับเปลี่ยนหน่วยงานภายในของกรมการแพทย์ จึงถ่ายโอนภารกิจให้โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลของกรมการแพทย์ และมีศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ตั้งอยู่ภายในโรงพยาบาล เป ็นผู้จัดอบรมหลักสูตรนี้แทน จนถึงปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 27 ต่อมามีการจัดอบรมโดย มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รวมมีแพทย์ที่จบการอบรมระยะสั้นอาชีวเวชศาสตร์พื้นฐาน 2 เดือนจำนวน 1,114 คน (ปี พ.ศ. 2561)
ในการอบรมนี้โดยมีวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่สำคัญคือ สามารถวินิจฉัยโรคจากการทำงานได้ สามารถอธิบาย พรบ. กองทุนเงินทดแทน พรบ. ประกันสังคม และกฎหมายเกี่ยวข้องด้านอาชีวอนามัย สามารถประเมินการสูญเสียสมรรถภาพได้ สามารถอธิบายความสำคัญของงานอาชีวเวชศาสตร์และอาชีวอนามัยได้ สามารถวางแนวทางในการดำเนินงานอาชีวอนามัยได้ในระดับหนึ่ง สามารถวางแผน ดำเนินการส่งเสริมสุขภาพ และป้องกันโรคจากการประกอบอาชีพ รวมทั้งประเมินผลที่ได้ในสถานประกอบการ สามารถวางแผนและดำเนินการตรวจสุขภาพ
